วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เปิดตัววัคซีนที่จีนผลิตร่วมกันฝ่าความยากลำบากไม่หยุดยั้ง

 ในงานมหกรรมการค้าภาคบริการนานาชาติจีนปี 2020 บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่สังกัดกลุ่มบริษัทเภสัชกรรมจีน ได้เข้าร่วมนิทรรศการด้านสาธารณสุขและการป้องกันโรคตามคำเชิญ และได้เปิดตัววัคซีนโควิด-19 ชนิดเชื้อตาย 2 ตัวที่วิจัยและพัฒนาขึ้นเอง ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากบรรดาผู้ร่วมงาน ขณะเดียวกัน ข่าวที่ว่า “เปิดตัววัคซีนโควิด-19 ชนิดเชื้อตายที่จีนผลิตเองเป็นครั้งแรกในงานมหกรรมการค้าภาคการบริการนานาชาติจีนปี 2020” ได้ขึ้นกระดานการสืบค้นของเว็บไซต์ไป่ตู้เว็บไซต์การสืบค้นอันดับแรกของจีนอย่างรวดเร็ว การที่บรรดาชาวเน็ตจัดวัคซีนดังกล่าวเป็นสินค้าที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของงานมหกรรมครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาของประชาชนจีนที่มุ่งมั่นผ่านพ้นช่วงยากลำบากในปัจจุบัน


ในงานมหกรรมดังกล่าว สินค้าที่ร่วมการแสดงมีอยู่มากมาย และเป็นที่ชุมนุมของสินค้าที่มีชื่อเสียง แต่วัคซีนตัวเล็ก ๆ 2 โดสกลับกลายเป็น “สินค้าโดดเด่น” ที่ได้ขึ้นกระดานการสืบค้นยอดฮิตทางอินเทอร์เน็ต ปัจจุบัน การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงไม่ได้รับการควบคุมอย่างรอบด้าน ทุกครั้งที่การวิจัยและพัฒนาวัคซีนโควิด-19 มีการคืบหน้า ย่อมจะดึงดูดความสนใจของผู้คนอย่างมาก รายงานระบุว่า วัคซีน 2 ตัวที่เปิดตัวในงานมหกรรมครั้งนี้ ต่างได้เข้าสู่การทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย โดยมีจำนวน 50,000 คนจาก 115 ประเทศได้รับการฉีดวัคซีนนี้แล้ว ขณะเดียวกัน จีนยังได้สร้างโรงงานผลิตที่มีความปลอดภัยทางชีวภาพระดับสูงที่กรุงปักกิ่งและเมืองอู่ฮั่นตามลำดับ


ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โควิด-19 ได้แพร่ระบาดในทั่วโลก พร้อมกับผู้คนได้เรียนรู้ไวรัสโควิด-19 มากยิ่งขึ้น มาตรการป้องกันและควบคุมโรคก็นับวันระมัดระวังยิ่งขึ้นอีกด้วย ปัจจุบัน บรรดานักวิทยาศาสตร์การแพทย์ และนักชีววิทยาแทบทั่วโลกได้บรรลุซึ่งความเห็นพ้องต้องกันว่า วิธีเอาชนะโควิด-19 ที่ได้ผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุดก็คือวัคซีน ทว่าการวิจัยและพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่เรื่องง่าย ก่อนหน้านี้ นายเกา ฝู สมาชิกสภาวิศวกรรมแห่งชาติจีน ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของจีนบรรยายสรุปว่า วัคซีนที่ดีต้องมีเงื่อนไข 3 ประการ ได้แก่ “ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพที่ควบคุมได้” การวิจัยและพัฒนาวัคซีนจะใช้เวลานาน 1.5-2 ปี ประกอบกับไวรัสโควิด-19 ยังกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง การวิจัยและพัฒนาวัคซีนให้ได้มาตรฐานพร้อมผลิตเป็นจำนวนมากนั้นยิ่งยากลำบาก ด้วยเหตุนี้ วัคซีนโควิด-19 ที่จีนผลิตเองได้รับความสนใจอย่างมาก จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ยาก


ไวรัสเป็นศัตรูของมวลมนุษยชาติ เผชิญกับไวรัสโควิด-19 ประชาชนประเทศต่าง ๆ ควรร่วมมือกันต่อสู้ มีแต่สามัคคีและประสานงานกัน จึงจะสามารถเอาชนะโควิด-19ให้ได้โดยเร็ว จีนเป็นประเทศที่ริเริ่มและใช้ปฏิบัติการอย่างแข็งขันเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อสู้โควิด-19 อย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่และเสมอต้นเสมอปลาย โดยแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกตั้งแต่ระยะต้น สร้างโอกาสแบ่งปันข้อมูลและผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อวิจัยและพัฒนายารักษาและวัคซีนอย่างแข็งขัน ในพิธีเปิดการประชุมประจำปีของสมัชชาอนามัยโลกครั้งที่ 73 ที่จัดขึ้นทางไกล นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนได้สัญญาอย่างหนักแน่นว่า “เมื่อประสบความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนโควิด-19 จีนจะจัดวัคซีนเป็นผลิตภัณฑ์สาธารณะของโลก เพื่อสร้างคุณูปการต่อการให้วัคซีนมีความทั่วถึงและแบกรับได้ในบรรดาประเทศกำลังพัฒนา” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมนุษยธรรมและความรับผิดชอบของจีนที่เป็นประเทศใหญ่ในโลก


“บริการทั่วโลก อำนวยประโยชน์แก่กัน และแบ่งปันกัน” พิจารณาจากทางประวัติศาสตร์จะพบว่า การเปิดกว้างเป็นแนวโน้มการพัฒนา ความร่วมมือเป็นความปรารถนาของผู้คน การเปิดกว้างและความร่วมมือเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นของงานมหกรรมการค้าภาคบริการนานาชาติจีนปี 2020 การวิจัยและพัฒนาวัคซีนต้องการให้ประเทศต่าง ๆ ยึดมั่นเจตนารมณ์การเปิดกว้างและความร่วมมือ กระชับความร่วมมือด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร เพื่อเอาชนะโควิด-19 โดยเร็ว และผ่านพ้นช่วงยากลำบากทางประวัติศาสตร์ในขณะนี้ อีกทั้งร่วมกันต้อนรับอนาคตที่งดงามยิ่งขึ้น



เขียนโดย นายจง ชาว

แปลโดย นายจูน ฟาน


เครดิต https://siamrath.co.th/n/189353


วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563

TRGMA เตือนมิจฉาชีพหลอกขายถุงมือยาง ชวนลงทุน บอกให้โอนเงินก่อนหนีหาย

 


เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมผู้ผลิตถุงมือยางไทย หรือ THAI RUBBER GLOVE MANUFACTURERS ASSOCIATION (TRGMA) เปิดเผยว่า หลังจากที่หลายประเทศทั่วโลกมีความต้องการใช้ถุงมือยางเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันโรคระบาด COVID-19 และรองรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขอนามัยในยุค New Normal


ขณะนี้พบว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพได้ฉวยโอกาสดังกล่าว แอบอ้างเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของผู้ผลิตถุงมือยางแบรนด์ต่างๆ พร้อมทั้งปลอมแปลงเอกสารใบรับรองมาตรฐานสินค้าเพื่อหลอกให้ผู้ซื้อโอนเงินค่าสินค้า หรือผู้ซื้อบางรายก็ถูกหลอกขายถุงมือยางเก่าที่ใช้งานแล้วโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อต้องสูญเงินเป็นจำนวนมาก และยังทำให้ผู้ประกอบการที่ถูกแอบอ้างต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงอีกด้วย


ขณะเดียวกัน ยังพบว่าในปัจจุบันมีมิจฉาชีพบางรายที่แอบอ้างว่ามีความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจและการทำตลาดถุงมือยาง แต่ยังขาดเงินทุน จึงต้องการหาผู้ที่สนใจธุรกิจด้านนี้เพื่อเข้าร่วมลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตถุงมือยางในประเทศไทย ก่อนที่จะหลอกลวงเงินไปในที่สุด



ดังนั้น สมาคมฯ จึงขอให้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลความน่าเชื่อถือของผู้เสนอขายสินค้ากับผู้ประกอบการต้นสังกัด และตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ที่ชักชวนเข้าร่วมลงทุนอย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย


โดยสามารถติดต่อผ่านสมาคมฯ เพื่อตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เช่น ที่ตั้งของบริษัท, ตรวจสอบตัวตนของตัวแทนจำหน่ายเพื่อความน่าเชื่อถือ, ตรวจสอบเอกสารใบรับรองมาตรฐานต่างๆ และบรรจุภัณฑ์สินค้ากับบริษัทที่เป็นผู้ผลิตเพื่อยืนยันความถูกต้อง เป็นต้น


ตลอดจนแนะนำให้ผู้บริโภคสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือและผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน หรือเป็นผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ เพื่อความมั่นใจในคุณภาพสินค้า เนื่องจากสมาคมจะมีกฎระเบียบในการคัดกรองสมาชิกทุกราย



อย่างไรก็ดี สมาคมฯ ยืนยันว่าผู้ประกอบการถุงมือยางทุกรายที่เป็นสมาชิก มีการผลิตสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างถูกต้อง ในเบื้องต้นผู้บริโภคสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.trgma.org หรือติดต่อสอบถามกับสมาคมฯ เพื่อความมั่นใจก่อนตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าหรือโอนเงินให้แก่ผู้ขาย


ทั้งนี้นับตั้งแต่มีการระบาดของโรค COVID-19 สมาคมฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคแล้วหลายราย โดยมีทั้งกรณีชักชวนให้ร่วมทุนสร้างโรงงานเพื่อหลอกลวงให้โอนเงิน อ้างว่าสามารถจัดหาสินค้าได้เป็นจำนวนมาก หรือนำถุงมือยางเก่าที่ใช้แล้วมาขายใหม่ จึงแนะนำว่าถุงมือยางที่ใช้งานแล้วทุกครั้งควรทำลายอย่างถูกวิธี โดยตัดหรือทำให้ถุงมือยางบางส่วนฉีกขาด เพื่อป้องกันมิจฉาชีพนำกลับมาขายใหม่ในท้องตลาด

เจ.ดี.พูลส์แฟรนไชส์ไทยรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยม เปิดบ้านชมสระว่ายน้ำให้ผ่อน 0 % นาน 6 เดือน

 


เจ.ดี.พูลส์ผ่านเกณฑ์คัดเลือกกระทรวงพาณิชย์คว้ารางวัลแฟรนไชส์ไทยนวัตกรรมยอดเยี่ยม เผยความสำเร็จเพราะประสบการณ์ 24 ปีไม่หยุดนิ่ง ลงทุนด้านนวัตกรรมต่อเนื่องยากเลียนแบบจับจองอันดับ 1 ตลาดสระว่ายน้ำไทย จัดโอเพ่นเฮ้าส์พร้อมแคมเปญ “ว่ายก่อน ผ่อนที่หลัง” ให้ผ่อนสระ 0 % นาน 6 เดือน


ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับองค์กรต่างๆจัดงาน “Thailand Franchise Award 2020” เพื่อมอบโล่รางวัลให้กับธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีการพัฒนาศักยภาพและมาตรฐาน ซึ่ง 1 ในผู้ได้รับรางวัลแฟรนไชส์ไทยที่มีความโดดเด่นเฉพาะด้านจากนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คือ บริษัท เจ.ดี.พูลส์ จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์ J.D.Pools ด้วยรางวัลแฟรนไชส์ไทยนวัตกรรมยอดเยี่ยม (Best Innovation Franchise)นั้น


นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.ดี.พูลส์ จำกัด เปิดเผยว่าการที่เจ.ดี.พูลส์ ได้รับรางวัลในครั้งนี้เพราะสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การให้บริการและนำความรู้ด้านนวัตกรรมมาใช้ในการผลิต การบริการ การตลาด รวมถึงมีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา


“เราอยู่ในตลาดแฟรนไชส์มา 24 ปีแล้ว มียอดขายมากกว่า 16,000 สระทั่วประเทศ  มีโอกาสได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีต่อผู้บริโภค สระว่ายน้ำของเจ.ดี.พูลส์มีการพัฒนาด้านนวัตกรรม แตกต่างจากสระดั้งเดิมทั่วไปจากการก่อผนังซีเมนต์ปูกระเบื้องใช้เวลาก่อสร้างนาน 2-3 เดือน และมักมีปัญหาตามมาภายหลังคือการรั่วซึม กระเบื้องหลุดร่อน บางครั้งเป็นอันตรายบาดเท้าซ่อมยาก อายุการใช้งานไม่ยาวนาน มาเป็นสระคอนกรีตผนังสำเร็จที่แข็งแรงทนทานก่อสร้างในเวลาอันรวดเร็วเพียง 2 สัปดาห์ว่ายน้ำได้ อีกทั้งยังลดต้นทุนได้มากกว่าเดิม 20-30 %” นายธนูศักดิ์กล่าว


นวัตกรรมของเจ.ดี.พูลส์ เริ่มต้นจาก iPanel Liner Pool หรือสระคอนกรีตผนังสำเร็จอัจฉริยะที่ออกแบบได้ทุกรูปทรงตามจินตนาการ ไม่จำกัดขนาด มีระบบปิดผิวหลายชั้นเพื่อความแข็งแรง ทนทาน ป้องกันการรั่วซึมและมีลวดลายสวยงามใกล้เคียงธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ต้องการสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ผนังอัจฉริยะนี้มีการจดสิทธิบัตรป้องกันการลอกเลียนแบบพัฒนาการต่อมาคือ Composite Pool หรือสระไฟเบอร์กลาส เป็นเทคโนโลยีที่นำเข้ามาจากออสเตรเลีย แล้วมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่เหมาะกับคนไทย ใช้แม่พิมพ์ออกแบบรูปสระว่ายน้ำแล้วทำออกมาสำเร็จรูป เป็นการตอบโจทย์ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการทำพูลวิลล่าในราคาประหยัด  สามารถวางลอยหรือฝังดินก็ได้ หรือการออกรุ่น CadioPool เป็นสระว่ายน้ำเพื่อสุขภาพขนาดกว้าง 2.2 เมตร ยาว 3-11 เมตร ที่ตอบโจทย์ตลาดที่อยู่อาศัยของครอบครัวระดับกลาง


“นวัตกรรมของเจ.ดี.พูลส์นี้ยากแก่การเลียนแบบเพราะต้องลงทุนจำนวนมากประกอบกับทางเจ.ดี.พูลส์ได้จดสิทธิบัตรไว้แล้ว”นายธนูศักดิ์กล่าว


นอกจากนวัตกรรมของตัวสระว่ายน้ำแล้ว ยังมีนวัตกรรมระบบกรองน้ำซึ่งเดิมเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนแต่เจ.ดี.พูลส์ทำให้เป็นเรื่องที่ง่าย สะดวกสบายและประหยัดกว่าด้วยระบบฟอกน้ำแบบCompact Filter นอกจากนี้ยังมีการดูแลคุณภาพน้ำจากเดิมที่ใช้คลอรีนฆ่าเชื้อโรคซึ่งบางคนไม่ชอบกลิ่น  หรืออาจรู้สึกแพ้แสบจมูกแสบตา มาใช้ระบบเกลือเพื่อสุขภาพ สามารถรักษาสภาพน้ำโดยไม่ใช้สารเคมี จนถึงปัจจุบันพัฒนาระบบ Mineral Swim การใช้แร่ธาตุบริสุทธิ์จากทะเลสาบเดดซี อิสราเอลกับการเติมโอโซนธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะฆ่าเชื้อโรคในน้ำแล้วยังช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้น มีความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อว่ายน้ำในสระเจ.ดี.พูลส์แล้วมีความสุขมากขึ้น


ปัจจุบันเจ.ดี.พูลส์ มี21 สาขาทั่วประเทศ และ 7 สาขาในต่างประเทศ (พม่า 3 สาขา กัมพูชา ลาว อินเดีย และโมร็อกโค)  พร้อมกันนี้ยังมีบริษัท พูล โปรแอนด์แล็บ จำกัด เป็นศูนย์บริการดูแลคุณภาพน้ำและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สระว่ายน้ำทั้งระบบใหม่และระบบเก่า  มีแล็บตรวจเช็คคุณภาพน้ำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ที่ต่อไปจะพัฒนาเป็นศูนย์บริการสระว่ายน้ำครบวงจรอยู่ในสาขาทั้ง 21 แห่งทั่วประเทศ


ด้านการตลาดในปัจจุบันนายธนูศักดิ์กล่าวว่าเน้นด้านออนไลน์ซึ่งทำมาต่อเนื่อง 5 ปีแล้วในปีนี้แม้จะมีสถานการณ์โควิดซึ่งกระทบต่อตลาดโครงการแต่กลับเพิ่มยอดขายด้านตลาดที่อยู่อาศัยที่มีลูกค้าติดต่อเข้ามาทางออนไลน์เดือนละกว่า 100 ราย ซึ่งตนเห็นว่าประกอบด้วยหลายปัจจัย  เช่น การอยู่บ้านหรือทำงานจากบ้านมากขึ้น  การใส่ใจด้านสุขภาพมากขึ้น  และการที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี 2564 


กรรมการผู้จัดการเจ.ดี.พูลส์ กล่าวทิ้งท้ายว่าเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองรางวัล Best Innovation Franchise เจ.ดี.พูลส์จึงได้จัดกิจกรรม Open House เปิดบ้านชมสระ มีแคมเปญให้ผู้สนใจได้สัมผัสประสบการณ์ทดลองว่ายน้ำในสระจริง ได้ชมสระโฉมใหม่และนวัตกรรมที่ล้ำสมัยที่เจ.ดี.พูลส์ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมแคมเปญสระว่ายน้ำผ่อนได้ดอกเบี้ย 0%นาน6 เดือน เริ่มต้นที่ 35,000 บาท/เดือน ใน 4 รุ่นฮิตที่เลือกได้ทั้งนี้จะนำนวัตกรรมต่างๆไปโชว์ในงานบ้านและสวนแฟร์ 2020 ที่จะจัดขึ้นเร็วๆนี้ด้วย


ทั้งนี้ งานบ้านและสวนแฟร์ วันที่ 30ตุลาคม – 8 พฤศจิกายน 2563 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เดินหน้าฟ้อง "เฟซบุ๊ก ยูทูบ และทวิตเตอร์" ไม่ยอมปิดหลังศาลสั่ง

 


(24 ก.ย. 2563) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 ก.ย. เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอีเอส จะเดินทางไปกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อยื่นฟ้องแพลตฟอร์มต่างชาติ คือ เฟซบุ๊ก ยูทูบ และทวิตเตอร์ ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 เนื่องจากเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูบ ไม่ปิดเพจและบัญชีที่มีคำสั่งศาลให้ปิด ทำให้กระทรวงดีอีเอส ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย หากเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูบ ไม่ยินยอมก็สามารถยื่นอุทธรณ์ ได้


ทั้งนี้ กระทรวงดีอีเอสได้ส่งหนังสือถึงแพลตฟอร์มดังกล่าว ทั้งในและต่างประเทศแล้ว แต่ยังไม่ยินยอมทำตามคำสั่งศาล โดยกระทรวงดีอีเอสได้ส่งคำสั่งศาลให้เฟซบุ๊ก 661 รายการ (ยูอาร์แอล) ปิดไปเพียง 215 รายการ ยูทูบ 289 รายการ ปิดแล้ว 285 รายการ ทวิตเตอร์ 69 รายการ ปิด 4 รายการเท่านั้น และในเร็วๆนี้จะส่งหมายศาลให้เฟซบุ๊ก ยูทูบ และทวิตเตอร์ ปิดอีก 3,097 รายการ


“ยอมรับว่า การปิดกั้นเว็บไซต์ที่อยู่ต่างประเทศ เป็นเรื่องยากมาก เพราะโลกอินเตอร์เน็ต เป็นโลกเสรี โลกไร้พรมแดน เพราะบางประเทศเป็นเว็บไซต์ถูกกฎหมาย โดยเฉพาะเว็บไซต์พนันออนไลน์ ดังนั้นจึงทำได้แต่ขอความร่วมมือค่ายมือถือ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ปิดกั้นเท่านั้น เพราะผิดกฎหมายไทย เพราะนำข้อความผิดกฎหมายไทย เข้าสู่คอมพิวเตอร์”


นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ส่วนการเดินหน้าปราบปรามปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์นั้น ถือว่าได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ค่ายมือถือ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอเอสพี) เป็นอย่างดี สามารถปิดได้กว่า 1,200 รายการ ล่าสุดได้ส่งฟ้องศาลอีก 220 รายการ และตำรวจได้ดำเนินคดีแล้ว 20 รายการ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ.

"ดีเจก๊อง" เสียชีวิต รถเก๋งชนเสาไฟฟ้าพังยับเยินบริเวณโค้งร้อยศพ

 


(24 ก.ย. 2563) เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 24 ก.ย. พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ปราบคนชั่ว สว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุรถชนเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน 1 ราย บริเวณก่อนถึงปากซอยรัชดาภิเษก 32 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กทม. จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง


ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณช่วงโค้งร้อยศพ ฝั่งตรงข้ามศาลอาญารัชดา ก่อนถึงปากซอยรัชดาภิเษก 32 เล็กน้อย พบเสาไฟฟ้าแรงสูงหักตั้งแต่ช่วงกลางต้น แผงเหล็กกั้นได้รับความเสียหายจากแรงกระแทก ห่างไปประมาณ 30 เมตร บริเวณเลนขวาสุดชิดเกาะกลางถนน พบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 กง 7786 กรุงเทพมหานคร สภาพตัวรถพังเสียหายยับเยิน มีชิ้นส่วนแตกกระจัดกระจายตกเกลื่อนพื้นถนน ถุงลมนิรภัยทั้งด้านคนขับและที่นั่งข้างคนขับทำงาน ส่วนร่างผู้ขับขี่หลุดออกจากเข็มขัดนิรภัยกระเด็นไปเสียชีวิตที่เบาะหลัง ทราบชื่อต่อมาคือ นายอรรณพ พูนศรีพัฒนา หรือก๊อง อายุ 33 ปี อาชีพดีเจ สวมเสื้อยืดสีเทา นุ่งกางเกงวอร์มขายาว สีดำ สภาพกะโหลกแตก คอหัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างประตูหลังด้านขวา เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากซากรถ ส่วนภายในห้องโดยสารพบบัตรประจำตัวของผู้ตายซึ่งออกให้โดยสภาสถาปนิก 1 ใบ และอุปกรณ์เครื่องเล่นอิเล็คทรอนิกส์ของดีเจ จำนวน 1 ชุด จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน


สอบถาม นายบุญส่ง ก้านแก้ว อายุ 60 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่ตนเข้าเวรทำหน้าที่ตามปกติ จู่ๆก็ได้ยินเสียงหม้อแปลงไฟฟ้าที่อยู่ด้านหน้าระเบิด และไฟฟ้าดับทั้งหมด จึงออกมาดูพบว่า เป็นอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับเสาไฟฟ้าแรงสูง และมีผู้เสียชีวิต ซึ่งที่ผ่านมา ในจุดนี้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยล่าสุดเพิ่งเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตเป็นเด็กเล็กและแม่ รวม 2 ศพไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา


ต่อมาที่ สน.พหลโยธิน ได้มี น.ส.นันทณัฏฐ์ พูนศรีพัฒนา 36 ปี พี่สาวของนายอรรณพ และกลุ่มเพื่อนที่ทำงานดีเจ พีอาร์ และกลุ่มคนทำงานกลางคืนหลายคนที่ทราบเรื่อง เดินทางมาแสดงความไว้อาลัยผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย โดยทันทีที่พบร่างของนายอรรณพต่างร้องไห้ด้วยความเศร้าเสียใจ บางคนรับไม่ได้กับภาพที่เห็นเกิดอาการเป็นลมล้มพับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันหามตัวไปปฐมพยาบาลที่โซฟาด้านบนโรงพัก โดย น.ส.นันทณัฏฐ์ พี่สาวซึ่งยังอยู่ในอาการช็อคบอกกับตำรวจสั้นๆ ว่า ทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นจะนำศพน้องชายไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบัวขวัญ จ.นนทบุรี


ขณะที่ พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า จากการสอบถามพี่สาวและเพื่อนผู้ตายให้การตรงกันว่า ก่อนเกิดเหตุนายอรรณพได้ไปทำงานดีเจที่ร้านเดอะคอนเนอร์ ย่านบางเขน ก่อนจะเร่งทำเวลาเดินทางเพื่อไปทำงานอีกร้านที่ซอยสุขุมวิท 5 ส่วนตัวนายอรรณพไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่ เบื้องต้นพบว่าไม่มีรถคู่กรณี มีเพียงเสาไฟฟ้าหักเสียหาย 1 ต้น จึงจะประสานประกันภัยมาชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ส่วนสาเหตุคาดว่าช่วงเกิดเหตุ ฝนกำลังตก ทำให้ถนนเปียกลื่น รถจึงเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าแล้วพลิกคว่ำ หลังจากนี้จะให้มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำศพส่งสถาบันนิติเวชรพ. ตำรวจก่อนจะมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติจากหน้าเฟซบุ๊คของนายอรรณพ ผู้เสียชีวิต ที่ใช้ชื่อว่า “Annop Poonsripattana” พบว่าเจ้าตัวจบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร คณะสถาปัตยกรรม และมีอาชีพเป็นดีเจในสถานบันเทิงต่างๆ รวมถึง เคยเป็นผู้เข้าร่วมสมัครรายการเทคมีเอาท์ไทยแลนด์ เมื่อปี 2558 โดยหลังเกิดเหตุ ได้มีศิลปินนักร้อง เพื่อนและคนรู้จัก เข้ามาโพสต์แสดงความเสียใจและอาลัย อาทิ ศิลปินนักร้องไวตามิน เอ ได้โพสต์ว่า "ไม่อยากเชื่อเลย ขอบคุณมิตรภาพที่ดี ไปสู่ภพภูมิที่ดีนะน้องรัก RIP ก๊อง พักผ่อนนะครับ

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2563

เก็บให้ถึงบ้านอย่าไปทิ้งน้ำ กทม.บริการฟรีเก็บขยะใหญ่

 


วันที่ 22 ก.ย.63 นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อมร่วมกับทุกสำนักงานเขตจัดกิจกรรม “นัดทิ้ง นัดเก็บ ขยะชิ้นใหญ่” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทิ้งสิ่งของเหลือใช้ โดยเฉพาะขยะชิ้นใหญ่ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ครอบคลุมทั่วพื้นที่ทั้ง 50 เขตโดยหมุนเวียนให้บริการในชุมชนหรือหมู่บ้านที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย.2558 เป็นต้นมา โดยสำนักงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สำนักสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานที่รวบรวมและรายงานผลการดำเนินงานให้ผู้บริหารกรุงเทพมหานครรับทราบ


สำหรับผลการดำเนินกิจกรรม “นัดทิ้ง นัดเก็บ ขยะชิ้นใหญ่” ของสำนักงานเขตต่างๆ พบว่า เดือน ส.ค.63 มีปริมาณขยะชิ้นใหญ่จาก 50 เขตทั่วกรุงเทพฯรวม 452.18 ตัน สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ 159.27 ตัน คิดเป็นร้อยละ 35.22 ซึ่งเขตที่มีปริมาณขยะชิ้นใหญ่มากที่สุดคือ เขตจตุจักร (24.65 ตัน) เขตสะพานสูง (24.00 ตัน) และเขตหนองแขม (22.72 ตัน) ในส่วนของผลการดำเนินงานรวมตั้งแต่ ต.ค.62-ส.ค.63 มีปริมาณขยะที่เก็บได้ทั้งสิ้นจำนวน 4,194.58 ตัน เป็นขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ได้จำนวน 1,252.46 ตัน คิดเป็นร้อยละ 29.85 โดยขยะชิ้นใหญ่ประเภทเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสิ่งของต่างๆที่อยู่ในสภาพดีและสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ อาทิ เฟอร์นิเจอร์ จักรยาน กรุงเทพมหานครจะนำมารวบรวมที่ศูนย์การเรียนรู้ของเขต เพื่อซ่อมแซมแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ หรือนำไปดัดแปลงเพื่อใช้ประโยชน์อื่นๆ เช่น ยางรถยนต์นำไปทำกระถางต้นไม้ โต๊ะ เก้าอี้ กระถางต้นไม้นำไปทำคอกหมักปุ๋ย เป็นต้น


ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งในการลดการสร้างขยะในกรุงเทพฯ ด้วยแนวคิด 3R (Reduce Reuse and Recycle : 3Rs) คือ ลดใช้ นำกลับมาใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ และยังเป็นการลดปัญหาการทิ้งขยะลงสู่แม่น้ำ คู คลอง ซึ่งจะสร้างปัญหากีดขวางทางระบายน้ำด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนนำขยะชิ้นใหญ่ที่ไม่ใช้แล้วมาตั้งวาง ณ จุดนัดทิ้ง ตามวัน เวลา และสถานที่ที่สำนักงานเขตกำหนด ทั้งนี้ 50 สำนักงานเขตจะจัดทำตารางนัดหมายจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่และแจ้งให้ประชาชนรับทราบผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ สำนักงานประชาสัมพันธ์ 

www.prbangkok.com, www.facebook.com/ prbangkok/, https://twitter.com/pr_bangkok, www.bkknowconnect.com/

 


22 กันยายน 2563 เมื่อเวลา 09.00 น. ร.ต.อ.ถิรวัฒน์ เยี่ยมอ่อน รอง สว.สส.สภ.กบินทร์บุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทยกบินทร์บุรี ว่า พบผู้เสียชีวิต 1 รายบริเวณป่าหญ้าริมถนนสาย 304 กบินทร์บุรี มุ่งหน้าฉะเชิงเทรา ม.8 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เลยจากโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ไปประมาณ 200 เมตร


หลังจากรับแจ้ง จึงได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลกบินทร์บุรีและอาสาสมัครสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย กบินทร์บุรี ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต เป็นชาย 1 รายอยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้าอยู่ในป่าข้างทางสวมกางเกงขาสั้นลายทหาร ใส่เสื้อคลุมสีดำแขนยาวทับเสื้อคอกลมสีเทา สะพายกระเป๋าข้างสีกรมท่า คาดขาวภายในกระเป๋า พบโทรศัพท์ 1 เครื่อง บุหรี่ ไฟเช็ค บัตรประชาชนและบัตรนักศึกษาของโรงเรียนวิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี ระบุชื่อ นายจิรศักดิ์ แก้วพันมา อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88 ม. 4 ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี แพทย์ลงความเห็นว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้ว 6-7 ชั่วโมง ใกล้กันกับผู้เสียชีวิต พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ HONDA Wave 110 i สีน้ำเงินดำ ทะเบียน 1 กฎ 7598ปราจีนบุรี ล้อหน้าบิดเบี้ยว และให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยสัจจะนำไปไว้ที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรีเพื่อติดต่อญาติให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป


จากการสอบสวน ทราบว่า นายจิรศักดิ์ แก้วพันมา ได้ขับรถ จยย. ออกจากบ้านในช่วงกลางดึกเพื่อขับรถไปหาแฟนอยู่บริเวณข้างโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 93 จนถึงเช้านายวิระพงษ์ โลสูงเนิน อายุ 51 ปี ได้เดินออกจากที่พักเพื่อจะไปทำงานที่อู่ซ่อมรถที่หน้าโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ได้พบจักยานยนต์และผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณข้างทาง จึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบส่วนสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า นายจิรศักดิ์ แก้วพันมา คาดว่าน่าจะขับรถประสบอุบัติเหตุเอง