กระดูกโผล่ฟ้องฆ่าสาว รง.มัดตอม่อสะพาน

กรณีมีชาวบ้านที่ลงไปงมหอยกาบ ในคลองชลประทานที่ 11 หมู่ 1 ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี พบหัวกะโหลกมนุษย์ พร้อมชิ้นส่วนโครงกระดูกร่างกาย เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีครีม ของผู้หญิงปักชื่อบริษัทนิวลีย์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ อยู่ในเขต อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ภายในกระเป๋าเสื้อเชิ้ต พบสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง 1 เส้น และเสื้อแจ็กเกตผ้าร่มสีขาวอีก 1 ตัว จมอยู่ก้นคลองดังกล่าว เมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงแจ้งให้ตำรวจไปตรวจสอบ แต่เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวกราก และมืดค่ำก่อนจึงต้องยุติการค้นหาไปนั้น

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 20 มิ.ย. พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช ผกก.สภ.อ.หนองเสือ พร้อมด้วย พ.ต.ท.นพพร ใจสิน รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สมเดช ปิ่นทอง สารวัตรเวร เจ้าของคดี นำกำลังชุดสืบสวนพร้อมนักประดาน้ำ ไปตรวจค้นจุดที่พบโครงกระดูกอย่างละเอียดอีกครั้ง ปรากฏว่าพบกระดูกท่อนแขน กระดูกซี่โครง กระดูกสันหลังมนุษย์ และยังพบเชือกไนลอนสีเขียวขนาดนิ้วก้อยมัดติดอยู่กับเสาตอม่อสะพานไม้ที่เลิกใช้แล้ว

ขณะเดียวกันได้มี น.ส.เพ็ญประภา (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี อดีตพนักงานบริษัทนิวลีย์ เข้าให้ปากคำยืนยันว่า เสื้อและสร้อยคอเป็นของเพื่อนชื่อ น.ส.วาสนา มิตรมาตร อายุ 22 ปี ปัจจุบันพักอยู่กับพ่อแม่ที่สวนส้ม ย่านคลอง 12 ห่างจุดพบศพประมาณ 3-4 กม. โดยตนและ น.ส.วาสนาเคยทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน ต่อมาเมื่อ 3 เดือนก่อน ตนได้ลาออกจากบริษัทไปประกอบอาชีพส่วนตัว ส่วน น.ส.วาสนาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งวันดังกล่าวเป็นวันคล้ายวันเกิดของ น.ส.วาสนา โดยก่อนจะหายตัวไป น.ส.วาสนาบอกว่านัดแฟนหนุ่มชื่อ นายจงรัก แจ้งกระจ่าง อายุ 42 ปี เป็นเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ และเจ้าของสวนส้มในย่านดังกล่าว ไปเลี้ยงฉลองวันเกิดกันสองต่อสองหลังเลิกงานตอนเย็น จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เชิญนายจงรัก แจ้งกระจ่าง แฟนหนุ่ม นายไพฑูรย์ มิตรมาตร อายุ 43 ปี และนางอำนวย มิตรมาตร อายุ 49 ปี พ่อและแม่ของ น.ส.วาสนา มาดูหลักฐานที่โรงพัก ทันทีที่เห็นเสื้อและสร้อยคอ นายไพฑูรย์และนางอำนวยยืนยันว่าเป็นของลูกสาวที่หายไปตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. และแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.อ.วังน้อย เมื่อวันที่ 2 ก.พ. สาเหตุที่แจ้งความล่าช้าเพราะคิดว่าลูกสาวไปพักอยู่กับเพื่อนสนิท ที่ไปนอนค้างด้วยกันเป็นประจำ กระทั่งเห็นว่าหายไปนานผิดสังเกต และไม่ติดต่อกลับมาบ้าน เมื่อออกค้นหาตามบ้านเพื่อนก็ไม่พบ และขาดงานโดยไม่แจ้งลา จึงคาดว่าน่าจะเกิดเหตุร้ายกับลูกสาว เลยตัดสินใจเข้าแจ้งความดังกล่าว

พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช ผกก.สภ.อ.หนองเสือ เปิดเผยว่า ยังไม่ปักใจเชื่อว่าศพที่พบเป็น น.ส.วาสนา จริงหรือไม่ จะต้องส่งโครงกระดูกไปทำภาพเชิงซ้อนและตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ รวมทั้งรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐานว่าเชือกที่พบเกี่ยวกับการตายหรือไม่ หากผลการตรวจยืนยันว่าผู้ตายคือ น.ส.วาสนาจริง จะได้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง สำหรับสาเหตุการสังหารถ้าศพที่พบเป็น น.ส.วาสนาจริง คาดว่าอาจมาจากเรื่องชู้สาว เพราะ น.ส.วาสนามีหนุ่มๆมาแอบชอบหลายคน และอาจเกิดการชิงรักหักสวาท คนร้ายฆ่าผู้ตายแล้วจับมัดกับเสาตอม่อสะพานเพื่ออำพรางคดี และซ่อนเร้นศพไว้ใต้น้ำจนเหลือแต่โครงกระดูก

Author: youmakestate