ปฏิบัติการโหดช็อกโลก ฆ่าบั่นคอตัวประกันเมียไทย

แม้ว่า “นางถนอม แสนโคตร จอห์นสัน” ภรรยาสาวไทยจะออกมาร่ำไห้ทาง โทรทัศน์อัล อารบิยา เพื่อร้องขอชีวิตสามีชาวอเมริกันวัย 49 ปี “พอล มาร์แชล จอห์นสัน จูเนียร์” วิศวกรการบินแห่งบริษัทลอคฮีด มาร์ติน รวมถึงบุตรชาย “พอล จอห์นสัน เดอะ เธิร์ด” ซึ่งเกิดจากภรรยาคนแรก แต่ก็ไม่สามารถที่จะยืดลมหายใจของสามีซึ่งป่วยด้วยโรคเบาหวาน และยังไม่ได้รับยาเพื่อบรรเทาอาการเลย

วันศุกร์ที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงเป็นวันสุดท้ายในชีวิตของชาวอเมริกันที่เข้าไปทำงานในประเทศซาอุดีอาระเบียมานานหลายสิบปี จนเขารักและผูกพันเสมือนเป็นบ้านเกิดอีกแห่ง ซึ่งเขาถือว่าปลอดภัยที่สุด แล้วมาได้ภรรยาคนไทย และก็มาเยี่ยมเมืองไทยหลายครั้ง จนซื้อบ้านอยู่ที่จ.ขอนแก่นกับภรรยา กลับมาเที่ยวเมืองไทยปีละ 3 ครั้ง วางแผนกันไว้ว่าปลายปีนี้จะได้อยู่รวมกันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว

แต่ความฝันทั้งหมดก็พังทลาย หลังจากที่นายจอห์นสันถูกกลุ่มก่อการร้ายที่เรียกชื่อตัวเองว่า “อัล-เคดา แห่งคาบสมุทรอาระเบีย” จับตัวไปเป็นตัวประกันในกรุงริยาดของซาอุฯเมื่อวันเสาร์ที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นพวกก่อการร้ายเหล่านี้ก็ออกแถลงการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต แพร่ภาพเหยื่อตัวประกันชาวอเมริกันผู้นี้ในสภาพถูกจับปิดหน้าปิดตา เพื่อยืนยันว่า พวกมันได้จับตัวเขาไปจริง

เงื่อนไขของพวกมันที่ต้องการก็คือ ให้รัฐบาลซาอุฯปล่อยตัวนักโทษก่อการร้ายอัล-เคดา ที่ถูกจับคุมขังอยู่ในเรือนจำประเทศซาอุฯทั้งหมด ยื่นเส้นตายให้ 72 ชั่วโมง ถึงวันศุกร์ที่ 18 มิ.ย. เท่านั้น หาไม่แล้ว ชีวิตของนายจอห์นสันก็จะไม่มีโอกาสกลับไปเห็นหน้าลูกเมียทางบ้าน

รัฐบาลซาอุฯกับสหรัฐออกมาปฏิเสธทันควันว่า จะไม่เจรจาต่อรองกับพวกก่อการร้ายเด็ดขาด เพราะมิฉะนั้นคนพวกนี้จะได้ใจ ยิ่งก่อเหตุรุนแรงและจับคนเป็นตัวประกันอีก ซึ่งนโยบายของประเทศไหน ๆ ก็ทำเช่นนี้เหมือนกัน คือ “ไม่เจรจาต่อรอง” อย่างเด็ดขาด

แล้วในที่สุด จอห์นสัน ก็ตกเป็นเหยื่อรายล่าสุดของการฆ่าตัดคอตัวประกันอย่างโหดเ++้ยม เป็นปฏิบัติการช็อกโลกและสะเทือนจิตใจผู้คนอย่างที่สุด โดยใช้วิธีบันทึกภาพเอาไว้อย่างเลือดเย็น แล้วนำออกเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต เพราะเป็นยุทธวิธีที่พวกก่อการร้ายต้องการที่จะสร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนโดยเฉพาะชาวตะวันตก ให้ออกไปจากดินแดนซาอุฯ

ยุทธวิธีสุดโหดเหล่านี้ เคยมีมาในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแคว้นแคชเมียร์ของอินเดีย สาธารณรัฐเชชเนีย และพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ ฟิลิปปินส์ จนล่าสุดมาโผล่ที่ตะวันออกกลาง เพราะมีชาวอเมริกันอย่างน้อย 2 รายแล้วที่ถูกจับเป็นตัวประกันและฆ่าตัดคอทิ้งในอิรักและซาอุฯ

นายริชาร์ด เมอร์ฟี อดีตเอกอัคร ราชทูตสหรัฐ ประจำซาอุฯให้ความเห็นว่า ทั้งหมดนี้เป็นยุทธวิธีทางการเมืองและปฏิบัติการจิตวิทยาในอันที่จะแสดงให้ศัตรูของตนรู้ว่า พวกเขาโหดเ++้ยมไร้ความปรานี และที่สำคัญไม่มีอะไรจะ มาหยุดยั้งพวกเขาได้ ซึ่งก็ได้สร้างความหวาดกลัวอย่างที่สุดให้กับชาวตะวันตกโดยเฉพาะอเมริกันชน

รายก่อนหน้านี้ถูกฆ่าตัดคอเมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา คือ “นายนิโคลัส เบิร์ก” ซึ่งถูกลักพาตัวไปในอิรัก แล้วเอามาฆ่าทิ้งต่อหน้ากล้องวิดีโอ นอกจากนั้นก็ยังมีวิดีโออีกชุดหนึ่งที่เป็นการสังหารด้วยการยิงทิ้งชาวอเมริกันนาม “โรเบิร์ต ยาคอบส์” ถูกยิงตายหน้าบ้านพักในกรุงริยาด แล้วก็ลงมือปาดคอทิ้งเช่นกัน แต่ยังไม่เป็นที่ยืนยัน ส่วนการฆ่าตัดคอเหยื่อตัวประกันตะวันตกรายแรก น่าจะเป็น “แดเนียล เพิร์ล” ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล เหตุเกิดในปากีสถานเมื่อปี 2545

นายราเชล บรอนสัน ผอ.ตะวันออกกลางศึกษาแห่งสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ให้ความเห็นว่า การฆ่าตัดคอเป็นสิ่งที่ทำเพื่อแสดงให้รู้ว่า ชาวตะวันตกไม่มีทางที่จะได้รับความปลอดภัย หากย่างเหยียบเข้ามาในดินแดนของพวกเขา ซึ่งก็ได้ผลจริง ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลซาอุฯก็ดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิดในคดีอาญา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด ฆาตกรรม และอื่น ๆ ตามหลักกฎหมายศาสนาด้วยการตัดคอ

แต่จริง ๆ แล้ว การฆ่าตัดคอไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในการต่อสู้ของพวกก่อการร้ายในตะวันออกกลางในช่วงที่ผ่านมา เพราะพวกก่อการร้ายนิยมจี้เครื่องบิน ระเบิดพลีชีพ หรือไม่ก็ยิงถล่ม ส่วนที่เลบานอนที่เคยผ่านสงครามกลางเมืองมาแล้ว ก็มีการจับตัวประกันเช่นกัน แต่ไม่ค่อยจะมีการฆ่าตัดคอเท่าใดนัก

พวกอัล-เคดา อาจใช้วิธีการเช่นนี้นำพวกที่หลงเชื่อไปในทางที่ผิด ๆ กับการลงโทษรุนแรง ทั้งที่ความจริงก็มีกระบวนการลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมในการลงโทษผู้กระทำผิด
ในสมรภูมิรบที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสงครามกลางเมืองในประเทศแอลจีเรีย, เชชเนีย, และแคว้นแคชเมียร์ ล้วนมีการฆ่าตัดคอเกิดขึ้น ซึ่งผู้ที่เป“นเหยื่อก็คือ ชาวบ้าน หรือไม่ก็ทหาร นอกจากนั้นทหารต่างชาติที่เคยเข้าไปรบบนคาบสมุทรบอลข่านก็เคยตกเป็นเหยื่อเช่นกัน ในปี 2541 ชาวอังกฤษ 3 คนกับนิวซีแลนด์ 1 คน ถูกลักพาตัวไปและโดนฆ่าตัดคอโดยกองกำลังฝ่ายกบฏเชเชนในเชชเนีย เดือน พ.ค. 2544 กลุ่มอาบูไซยาฟในฟิลิปปินส์ ได้จับตัวชาวฟิลิปปินส์ 17 คน และ อเมริกัน 3 คน ไปเรียกค่าไถ่ เมื่อไม่ได้รับการสนองตอบ ก็ลงมือฆ่าตัดคอตัวประกันไปหลายคน หนึ่งในนั้นเป็นชาวอเมริกัน “กุยเลอร์โม โซบีโร”

พวกหัวรุนแรงเหล่านี้ล้วนมีความสัมพันธ์ อย่างแน่นแฟ้นกับ อัล-เคดา เครือข่ายก่อการร้ายของจอมโหด “โอซามา บิน ลาเดน” โดยเฉพาะการฆ่าตัดคอตัวประกัน แดเนียล เพิร์ล ในปากีสถานนั้น เจ้าหน้าที่สหรัฐเชื่อว่า ผู้นำหมายเลข 3 ของอัล-เคดา นายคาห์ลิด ชีค โมฮัมเหม็ด อาจอยู่เบื้องหลัง ซึ่งแกนนำคนนี้ของอัล-เคดา ก็อยู่ในการควบคุมของสหรัฐแล้ว

ส่วนปฏิบัติการตอบโต้แบบทันควันของซาอุฯหลังจากการฆ่าตัดคอตัวประกันอเมริกันรายนี้ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งก็ต้องแลกมาด้วยชีวิตของ “อับดุลาซิส อิสซา อับดุล-โมห์ชิน อัล-โมกริน” วัย 31 ปี หัวหน้ากลุ่มขบวนการ อัล-เคดา แห่งคาบสมุทรอาระเบีย ผู้อยู่เบื้องหลังการฆ่าตัดคอครั้งนี้ ก็ต้องจบชีวิตตายตกไปตามกันหลังจากยิงต่อสู้กับทหารซาอุฯในกรุงริยาด โดนเป่าดิ้นไปพร้อมสมุนคู่ใจอีก 2 คน

อัล-โมกรินเป็นชาวซาอุฯ ซึ่งบงการนักรบก่อการร้ายของเขา ก่อเหตุหลายต่อหลายครั้งในซาอุฯ รวมถึงเหตุล่าสุดในการจี้จับตัวประกันต่างชาติใน ซาอุฯเมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่เมืองโคห์บาร์ มีผู้สังเวยชีวิตไป 22 ศพ ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ และก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ปีที่แล้ว ก็ใช้ระเบิดพลีชีพถล่มบ้านพักชาวต่างชาติในกรุงริยาด ฆ่าไป 17 ศพ

จากข้อมูลในอินเทอร์เน็ตทราบว่า อัล-โมกรินผู้นี้สมัยเป็นวัยรุ่นเคยไปรบในอัฟกานิสถานมาแล้ว และต่อมาเข้ารับการฝึกการก่อการร้ายโดยตรงจาก โอซามา บิน ลาเดน ในอัฟกานิสถาน เพราะฉะนั้นจึงได้รับการถ่ายทอดความโหดมาอย่างเต็มรูปแบบ จนกลายเป็นคนร้ายที่ทางการซาอุฯต้องการตัวมากที่สุด เพราะฉลาดหลักแหลม เขาเคยถูกจับติดคุก 2 ปี เมื่อปี 2542 ข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

ภาพจากวิดีโอที่เคยปรากฏทางอินเทอร์เน็ตของเขาเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา แม้จะสวมหน้ากากคลุมหน้า ระบุว่า จะแก้แค้นการสังหารผู้คนในประเทศอิรักและอัฟกานิสถานด้วยการขับไล่ชาวอเมริกันออกไปจากคาบสมุทรอาระเบีย

แต่ก็ต้องมาจบชีวิตชดใช้กรรมที่ตัวเองก่อไว้ในที่สุด.

Author: youmakestate